การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น

การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น

เนื่องจากสถานศึกษาได้รับงบประมาณจากรัฐบาลไม่เพียงพอ การระดมทรัพยากรท้องถิ่นมาช่วยสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษาจึงเป็นยุทธศาสตร์ทางการบริหารงบประมาณที่ผู้บริหารต้องนำมาใช้

ขอบข่ายของทรัพยากรท้องถิ่น แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ 4 ประเภท ดังนี้

1.เงิน อาจเป็น เงินบริจาค เงินบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์ เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตของสถานศึกษา

2.แรงงาน แรงงานจากบุคคลต่างๆ วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ผู้ใช้แรงงาน

3.ที่ดินและวัสดุสิ่งของ เช่น ที่ดิน วัสดุก่อสร้าง พืชผักผลไม้

4.อื่นๆ ได้รับความช่วยเหลือในรูปของการให้คำชี้แจง แนะนำ การให้ความรู้ การช่วยเหลือทางวิชาการ ฯลฯ ซึ่งสามารถตีค่าเป็นเงินได้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีผู้ช่วยเหลือก็ต้องจ่ายค่าจ้าง

แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่น ที่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษาในรูปแบบต่างๆ แยกได้ดังนี้

1.บุคคล คือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา อาจแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ

1.1.ผู้ที่มีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโรงเรียนโดยตรง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโรงเรียน เช่น ครู พระภิกษุ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ผู้ใช้บริการของโรงเรียนอยู่เป็นประจำ

1.2 ผู้ที่ไม่มีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโรงเรียนโดยตรง คือผู้ที่มุ่งช่วยเหลือเพราะศรัทธาต่อบุคลากร หรือการดำเนินกิจการของโรงเรียน คือผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย เช่น พระภิกษุ อาสาสมัครในชุมชน ภูมิปัญญาชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน

2.มูลนิธิ สมาคม ชมรม เช่นมูลนิธิช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน มูลนิธิไทยรัฐ สมาคมครู-ผู้ปกครองนักเรียน สมาคมศิษย์เก่า ชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ

3.องค์กรต่างๆ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

3.1 องค์กรภาคเอกชน เช่น บริษัท ธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์

3.2 องค์กรภาครัฐ เช่น หน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน วัด อำเภอ จังหวัด สภาวัฒนธรรม เทศบาล อ.บ.ต.

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น

1.โรงเรียนมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ

2.การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแหล่งความรู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับโรงเรียนมากที่สุด การนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาหลักสูตร จึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนในชุมชนนั้น ๆ อย่างแท้จริง

3.ควรมีการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริหารโรงเรียน เช่น การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา มีการประสานงานและสร้างความร่วมมือกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่เสมอ

การนำทรัพยากรอื่นๆในท้องถิ่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการศึกษา

แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่น ที่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษา มี

1.บุคคล คือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา เช่น ครู พระภิกษุ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน อาสาสมัครในชุมชน ภูมิปัญญาชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน

2.มูลนิธิ สมาคม ชมรม เช่นมูลนิธิช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน มูลนิธิไทยรัฐ สมาคมครู-ผู้ปกครองนักเรียน สมาคมศิษย์เก่า ชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ

3.องค์กรต่างๆ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ องค์กรภาคเอกชน เช่น บริษัท ธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ องค์กรภาครัฐเช่น หน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน วัด อำเภอ จังหวัด สภาวัฒนธรรม เทศบาล อ.บ.ต.

ทรัพยากรอื่นๆในท้องถิ่นที่จะนำไปใช้ในการศึกษา

1.ธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ คลอง หนอง บึง ทะเล ปะการัง ภูเขา น้ำตก ป่าไม้ ต้นไม้ สัตว์ป่า นก ปลา แมลง

2.ภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น พระภิกษุ เกษตรกร (ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน) กลุ่มแม่บ้าน แพทย์แผนไทย แพทย์ประจำตำบล อสม ช่างก่อสร้าง ช่างจักสาน ช่างทอผ้า ช่างตัดผม ช่างทำผม ช่างตัดเสื้อ ช่างทอผ้า นักแสดงละคร นักดนตรี สมาคมและชมรมต่างๆ พ่อค้า ฯลฯ

3.หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เครื่องจักสานเป็นกระชอน ตะกร้า ตะแกรง กระบุง กระจาด กระด้ง ครุ ฝาชี เครื่องเบญจรงค์

4.หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับเครื่องมือจับสัตว์น้ำ เช่น แห อวน ข่าย ลอบ ไซ ตุ้ม ลัน ส้อมแทงปลาไหล ฉมวก เหล็กเกร็ดปลาหลด เบ็ด สุ่ม ข้อง อีจู้  อีแอบ

5.หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา เช่น กระแสวิดน้ำ ชงโลงหรือชังโลง วี กระชุ เกวียน ล้อ เลื่อน คันไถ หางยาม หัวหมู คอม แอกน้อย คันฉาย กระดานชักข้าว สีฝัด คราด พ้อมใส่ข้าว ฯลฯ

6.สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน  เช่น เรือนไทย เรือนคหบดี กุฏิสงฆ์  เรือนร้านค้าริมน้ำ  เรือนแพ  เรือนร้านค้าริมทาง  เรือนเครื่องผูก เรือนกาแล หอระฆังฯลฯ

7.เรือพื้นบ้าน เช่น เรือหมู เรือสำปั้น เรือบด เรือเข็ม เรือแข่ง เรือโปง เรือไพม้า ฯลฯ

8.อาหารพื้นบ้าน   เช่น แกงบอน แกงอ่อม กะปิคั่ว ขนมกรวย ขนมขุยหนู ขนมกง ฯลฯ

9.ยาพื้นบ้าน เช่น ยาที่ทำจากสมุนไพรต่างๆ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้น มะขามป้อม พืชผักผลไม้ต่างๆ

 

10.เพลงพื้นบ้าน  เช่น เพลงกล่อมเด็ก เพลงเกี่ยวข้าว เพลงระบำบ้านไร่ เพลงเรือ เพลงประกอบการเล่นของเด็ก ฯลฯ

11.ภาษาพื้นบ้าน ภาษาถิ่น เช่น ภาษาของชนกลุ่มน้อย เช่น ลาวพวน ลาวโซ่ง

12.นิทานพื้นบ้าน วรรณกรรมพื้นบ้าน หรือ “วรรณกรรมมุขปาฐะ”  เช่น  นางสิบสอง สังข์ทอง ไกรทอง ศรีธนนไชย

13.การละเล่นพื้นบ้าน   เช่น ผีลิงลม  การเล่นมะหาบ  การเล่นสะบ้า มอญซ่อนผ้า ขี่ม้าส่งเมือง  ตี่จับ ชักคะเย่อ  ลูกช่วง ตะกร้อ ฯลฯ

14.ปริศนาคำทาย  ปริศนาคำทายที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “อะไรเอ่ย”  เช่น มีสี่หู สี่ขา ตานับบ่ถ้วน (ยอ) นกมีหูหนูมีปีก (ค้างคาว) ปากกัด ก้นต่อย มีเป็นร้อยเป็นพัน (มด) ผักอะไรบวชได้ (ผักชี) ฯลฯ

15.ขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น การแข่งเรือยาว  ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีบวชนาค ประเพณีการแต่งงาน

16.คุณธรรม จริยธรรม  เช่น การแต่งกาย ความประพฤติ กิริยามารยาท การเคารพผู้ใหญ่ การไหว้ การกราบ การประหยัด การใช้โทรศัพท์ ฯลฯ

17.ชื่อหมู่บ้าน ตำบล เช่น คลองหลวง คลองห้า สามโคก บึงตะเคียน (คลองเจ็ด) บางหวาย (คลองเจ็ด) บางขัน

18.วัด เช่น วัดเจดีย์หอย วัดสิงห์ วัดพระธรรมกาย วัดไผ่ล้อม

19 สถานที่ต่างๆ เช่น องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  พิพิธภัณฑ์ของเก่าของวัดเจดีย์หอย  พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ

 

 

 

ที่มา : หวน พินธุพันธ์. (2554). การบริหารทรัพยากรทางการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม                                          2555, จาก http://www.scribd.com/doc/76573227/การบริหาร                                              ทรัพยากรการศึกษา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>